Author: adminsboss

ธารน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็ง สิ่งมหัศจรรย์เป็นอันดับต้นๆของพื้นที่โลกเป็นสถานที่ๆใครหลายคนอยากจะไปเห็นด้วยตาของตัวเอง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาได้สวยงามรวมไปถึงความน่ากลัวในเวลาเดียว ธารน้ำแข็งเกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วสะสมกันจนหนา 45-60 เมตร แล้วเกิดการเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้า ๆ ซึ่งมักจะเกิดบริเวณที่ลาดชันหรือตามไหล่เขา การเคลื่อนตัวลงมาตามไหล่เขาอย่างช้า ๆ ทำให้เกิดการสึกกร่อนลึกลงไปเพราะความหนักของหิมะที่สะสมกันจนเป็นน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งทึ่เคลื่อนตัวไปในหุบเขาจะทำให้พื้นดินที่รองรับเกิดร่องลึกและกว้างเพราะมีน้ำหนักของน้ำแข็งกดทับ ธารน้ำแข็งจะค่อย ๆ ครูดบริเวณที่รองรับจนเกิดหุบเขาตัดขวางรูปตัวยู เมื่อธารน้ำแข็งไหลไปถึงตอนล่างธารน้ำแข็งก็จะค่อย ๆ แตกออกแล้วก็จะค่อย ๆ ละลายกลายเป็นลำธาร ธารน้ำแข็งที่ถูกตัดขาดและแตกออกไหลลงทะเลเรียกว่าภูเขาน้ำแข็ง สีของธารน้ำแข็งมักจะมีสีเขียวแกมม่วง หรือ แกมน้ำเงิน รูปร่างของธารน้ำแข็งบนบกมักจะยกตัวสูงและมีความแตกต่างจากน้ำแข็งในทะเล ที่มีขนาดบางมากและน้ำแข็งในทะเลสาบซึ่งรูปทรงของมันจะอยู่บนพื้นผิวของแผ่นน้ำ บนโลก 99% ของเกล็ดน้ำแข็งจะอยู่ภายในแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ในบริเวณดินแดนขั้วโลก, แต่ธารน้ำแข็งอาจจะพบได้ในแถบเทือกเขาของทุก ๆ ทวีป, และในไม่กี่ละติจูดสูงของเกาะในมหาสมุทร ระหว่าง 35 องศาเหนือ และ 35 องศาใต้, ธารน้ำแข็งเกิดขึ้นเฉพาะในเทือกเขาหิมาลัย, เทือกเขาแอนดีส, ภูเขาสูงไม่กี่ลูกในแอฟริกาตะวันออก, เม็กซิโก, นิวกินี และซาร์ด คู ในอิหร่าน

Read more
 

การเติบโตของประชากร

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องราวของสภาวะของโลกกัน ในปัจจุบันต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้เป็นเรื่องราวของการเจริญเติบโตของประชากรของโลกเลยทีเดียว ที่ต้องบอกเลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จำนวนของประชากรของโลกนั้นที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดในทุกๆปีเลยก็ว่าได้ การเพิ่มขึ้นของประชากรของโลกทำให้เกิดปัญหาที่ต้องบอกเลยว่า เป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ซึ่งจำนวนประชากรโลกจะต้องสมดุลกับอัตราการเจริญพันธุ์และอาหารที่มีอยู่ รวมทั้งทรัพยากรอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การเติบโตของประชากรมีแนวโน้มที่จะสูงมากขึ้นถ้าหากไม่มีมาตรการเพื่อดำเนินการใดๆ ในขณะนี้ ด้วยองค์การสหประชาชาติก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชากรบนโลกใบนี้ จึงได้ประกาศว่า วันที่ 11 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันประชากรโลก แน่นอนว่ามีปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรโลกที่มีสาเหตุหลัก การศึกษาค้นคว้าเรื่องราวทางด้านการแพทย์ มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เช่นการผลิตวัคซีนชนิดต่างๆและรักษาโรค ปัจจัยต่อมา เป็นเรื่องของความรู้สุขอนามัยที่ดีของประชากร ประชากรบนโลกใบนี้ที่ต้องบอกเลยว่ามีความรู้มากชึ้น และต่อมาความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ต้องบอกเลยว่าสามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ มือถือ หรือ อีเมล์  ที่สามารถพูดคุยได้ และต่อมาเรื่องราวของระบบสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนจากผู้ชายที่เคยเป็นผู้นำ แต่ปัจจุบันผู้หญิงก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นทำให้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครับ เรื่องราวดีๆจากสภาวะของโลก

Read more
 

รูปแบบการเกิด พายุทอร์นาโด

ใครก็จะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีกับพายุที่ชื่อว่า ทอร์นาโด ที่ต้องบอกเลยว่า ความรุนแรงของทอร์นาโดชนิดนี้มีหลายระดับเลยนะครับ แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นได้จากการเจอของลมร้อนและลมเย็นก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อลมหมุนในระดับที่ไม่คงที่ซะเท่าไหร่ แน่นอนว่าพายุชนิดนี่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซะส่วนใหญ่ เนื่องจากประเทศนี้ มีสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและลมเย็นได้ มาปะทะกันในบริเวณทุ่งราบที่เราได้เห็นกันหน้าข่าวต่างๆกันอย่างมากมาย  แน่นอนทอร์นาโดสามารถแบ่งออกได้เป็นตามระดับตามกำลังทำลายและด้วยความเร็วลม โดยแบ่งออกเป็นตามชื่อดังนี้ F0- F5 โดย F0 มีกำลังอ่อนที่สุด ส่วน F5 เป็นทอร์นาโดที่กำลังแรงสุด ระดับของพายุทอร์นาโด จะยึดตาม Fujita scale (มาตรวัดฟูจิตะ) ซึ่งกำหนดให้พายุในแต่ละระดับมีความแรงดังนี้ พายุ F0 ความเร็วลม 64-116 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุ F1 ความเร็วลม 117-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุ F2 ความเร็วลม 181-253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุ F3 ความเร็วลม 254-332 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุ F4 ความเร็วลม 333-418 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ พายุ F5 ความเร็วลม…

Read more
 

การป้องกันน้ำท่วม

ต้องบอกเลยว่า น้ำท่วม เป็นสภาวะที่หลากหลายประเทศทั่วโลกต้องเคยต่างประสบพบเจอมาอย่างมากมาย ในหลายประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นทวีปต่างๆบนโลกใบนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วไม่เว้นแต่ประเทศของเรา เมื่อปี พ.ศ.2554 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทยน้ำจากทางภาคเหนือที่ไหลสู่ภาคกลาง ทำให้หลายคนเกิดความเดือดร้อนกันยกใหญ่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทางที่ไม่สะดวก เรื่องอาหารการกินก็ลำบากอย่างแท้จริง รวมไปถึงสัตว์เลื้อยคลานที่หลุดออกมาอีกด้วย  ถึงแม้ว่าเรื่องของน้ำท่วมจะเป็นปัญหาที่ต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายวิธีในการป้องกันอย่างมากมาย ก็จะมีการป้องกันและมีการควบคุมของการไหลเวียนในบริเวณน้ำที่ท่วมซึ่งมีแนวโน้มว่าน้ำจะท่วมมักมีการจัดการอย่างระวัง เช่น คันดิน ทางริมแม่น้ำ (bund) อ่างเก็บน้ำและฝาย (weir) ถูกใช้เพื่อป้องกันมิให้แม่น้ำพังตลิ่งเข้ามา เมื่อการป้องกันเหล่านี้ล้มเหลว จะมีการใช้มาตรการฉุกเฉิน เช่น กระสอบทรายหรือหลอดหรือท่อที่พองเคลื่อนย้ายง่าย น้ำท่วมชายฝั่งนั้นได้รับการจัดการในยุโรปและอเมริกาด้วยการป้องกันชายฝั่ง เช่น กำแพงกันคลื่นหรือกำแพงทะเล (sea wall), การสร้างหาดทรายและเกาะสันดอน หลายคนเสนอว่า การสูญเสียพืชพรรณหรือการตัดไม้ทำลายป่าจะนำไปสู่ความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีป่าตามธรรมชาติปกคลุมอยู่ ระยะเวลาที่น้ำท่วมควรลดลง การลดอัตราการตัดไม้ทำลายป่าจะช่วยลดความถี่การอุบัติและความรุนแรงของน้ำท่วมได้  นี่คือหนึ่งเรื่องราวที่นำมาฝากในวันนี้ด้วยนะครับ

Read more
 

วงแหวนไฟกับแผ่นดินไหว

เรื่องราวเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนต้องเคยพบเจอกับตามหน้าสื่อต่างๆมากมาย เป็นเรื่องราวของแผ่นดินไหวซึ่งเป็นสภาวะของโลกที่มีความรุนแรงและทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆที่อยู่ในบนโลกใบนี้อย่างมากมาย วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของวงแหวนไฟ ซึ้งเป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนไฟทั้งหมด 452 ลูก และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟคุกกรุ่นอยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟคุกรุ่นทั้งโลก ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่า circum-Pacific belt หรือ circum-Pacific seismic belt แผ่นดินไหวประมาณร้อยละ 90 ของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกและกว่าร้อยละ 80 ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เกิดขึ้นในบริเวณวงแหวนไฟ นอกจากวงแหวนไฟ ยังมีแนวแผ่นดินไหวอีก 2 แห่ง ได้แก่ แนวเทือกเขาอัลไพน์ ซึ่งมีแนวต่อมาจากเกาะชวาสู่เกาะสุมาตรา ผ่านเทือกเขาหิมาลัย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในแนววงแหวนไฟนี้ เช่น แผ่นดินไหวคาสคาเดีย แมกนิจูด 9.0 เกิดเมื่อ ค.ศ. 1700  ต่อมา แผ่นดินไหวโลมาพรีเอตาในแคลิฟอร์เนียและ แผ่นดินไหวภาคคันโตในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1923 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 130,000 ราย แน่นอนว่าประเทศที่ตั้งหรือมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในแนววงแหวนไฟ…

Read more
 

เขตมรสุม หรือ เขตร้อนชื้น

    ลมมรสุม คือ ลมที่เกิดจากลมฝนหรือลมพายุที่พัดพาจากมหาสมุทรสู่แผ่นดิน แล้วทำให้เกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้างในภูมิภาคเขตร้อน ประชากรโลกหนึ่งในสี่คือผู้คนที่อาศัยอยู่เขตมรสุมนี้ ลมมรสุมเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในรอบปีทางซีกโลกเหนือ ลมนี้จะพัดสู่แผ่นดินราวเดือนมิถุนายน แต่ภูมิภาคในเขตมรสุมในทวีปออสเตรเลีย ลมมรสุมจะพัดเข้าหาฝั่งราวเดือนธันวาคม ภูมิภาคในเขตมรสุมมีฤดู 3 ฤดูก่อนที่ลมฝนจะพัดมาถึงฝั่งบริเวณนั้นจะเป็นฤดูร้อน อากาศจะร้อนอบอ้าวหรือในอากาศมีความชื้นสูง แต่พื้นดินกลับแตกระแหงเพราะไม่มีฝนตกเลย ในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุมท้องฟ้าจะมีสีเทาตลอดหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จะมีฝนตกชุกตลอดวัน ฝนฟ้าคะนองและมีน้ำท่วมขัง บางสถานที่เผชิญกับพายุเขตร้อนซึ่งต่อให้เกิดความเสียหายมาก และช่วงหลังจากฤดูมรสุมไปแล้วจะเป็นช่วงฤดูหนาวที่แห้งแล้งและยาวนาน ท้องฟ้าแจ่มใสน้ำท่วมขังจะลดลงและตกตะกอนในช่วงเวลานี้จะไม่มีฝนตกเลยจนกว่าจะขึ้นรอบใหม่ของปี ภูมิภาคในเขตมรสุมจะแห้งแล้งอยู่นานหลายเดือนในรอบหนึ่งปีทั้งนี้เพราะความกดอากาศที่อยู่เหนือพื้นดินสูงกว่าที่อยู่เหนือทะเล ลมจึงพัดจากบริเวณความกดอากาศต่ำกว่าหรือลมที่แห้งหรือมีความชื้นน้อยจะพัดออกสู่ทะเล และในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปีอากาศเหนือพื้นดินมีความกดอากาศน้อยกว่าอากาศเหนือพื้นน้ำ ดังนั้นลมจึงเปลี่ยนทิศกลายเป็นลมมรสุมที่พัดจากทะเลสู่แผ่นดินแทน

Read more
 

ทะเลทรายเขตร้อน

    ทะเลทรายเขตร้อนทั่วโลกอยู่ในแถบศูนย์สูตรระหว่างเส้น 15 องศาเหนือ และ 30 องศาใต้ อากาศร้อนที่ลอยตัวมาจากบริเวณศูนย์สูตรจะตกลงมาบริเวณนี้ทำให้เกิดความกดอากาศสูงในทะเลทราย อากาศที่ใกล้ผิวโลกจะร้อนมากทำให้อากาศเก็บความชื้นไว้ได้สูงโดยไม่เกิดการกลั่นตัวจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่มีเมฆเกิดขึ้นและฝนก็ตกน้อยมากในเขตทะเลทราย ทะเลทรายเขตร้อนมีอากาศที่ร้อนที่สุดในโลกในตอนกลางวันก็ขาดเมฆที่บดบังแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ทะเลทรายร้อนระอุ แต่พอตอนกลางคืนก็ขาดเมฆที่กั้นความร้อนไว้อีก จึงกลับหนาวจัดและอาจมีน้ำค้างแข็งในฤดูหนาวได้ ลมสินค้า ที่พัดผ่านทะเลทรายจะแรงมากทรายที่ถูกพัดพาไปด้วยนั้นจะเซาะหินที่ขวางทางลม หินเหล่านี้เมื่อถูกขัดสีด้วยเม็ดทรายเป็นเวลานานเข้าจะกลายเป็นหินที่มีรูปร่างน่าสะพรึ่งกลัวและแปลกตา ในทะเลทรายมีฝนตกน้อยมาก แต่ถ้ามีฝนตกหนักมากๆจนเกิดเป็นลำธารกว้างที่น้ำพัดพาเอาเศษหินและอนุภาคของหินตะกอนจำนวนมากไปด้วย เศษหินเหล่านี้จะกัดเซาะหินที่มันผ่านทำให้เกิดหุบผาชัน เมื่อน้ำแห้งลงจะเหลือไว้แต่เพียง ช่องผาลึกและชัน ทะเลทรายถูกแบ่งประเภทออกเป็น 3 ประเภทคือ ทะเลทรายที่เป็นทราย ประมาณร้อยละ 25 ของทะเลทรายทุกแห่งบนโลกจะประกอบด้วยทรายที่ถูกพัดพาทรายที่ทับถมกันจะเป็นเนินเขากว้าง ทะเลทรายที่เป็นหิน และทะเลทรายที่เป็นผลึกเกลือเกิดจากน้ำในทะเลสาบน้ำเค็มที่แห้งแล้งจนเป็นผลึกเกลือ

Read more
 

เขตทุ่งหญ้าสะวันนา

   พื้นที่ที่อยู่เหนือหรือใต้เส้นศูนยสูตรไม่มากนักจะมีภูมิอากาศที่แห้งแล้งมากในบางช่วงบางปี แม้ว่าอากาศจะร้อนจัดแต่ก็สามาถมีฝนตกชุกได้เช่นกัน พื้นที่นี้เรียกว่า ทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งได้ชื่อทุ่งหญ้าสะวันนาในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปมีลักษณะภูมิอากาศแบบนี้ เขตทุ่งหญ้าสะวันนาจะอยู่ในเขตร้อน ดวงอาทิตย์จะอยู่ตรงศรีษะ 2 ครั้งต่อปี ในช่วงเวลานี้อากาศจะร้อนจัดมาก ทำให้น้ำจำนวนมากระเหยกลายเป็นไอและตกลงมาเป็นฝนที่ตกหนักมาก ภูมิภาคในเขตนี้จะอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรมาก ดวงอาทิตย์จะอยู่ตรงกับศรีษะ 2 ครั้งห่างกันประมาณ 6 เดือน บางพื้นที่ในเขตทุ่งหญ้าสะวันนาอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตร ซึ่งจะทำให้มีฤดูฝน 2 ครั้งในรอบปี ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้กันมาก จนอาจเป็นฤดูเดียวกันได้ ทุ่งหญ้าสะวันนาพบมากในทวีปแอฟฟริกา และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริเวณที่แห้งแล้งมาก ทุ่งหญ้าสะวันนามีสภาพไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพืช ดินมีธาตุอาหารพืชต่ำดินที่แห้งแล้งแตกผากในช่วงหน้าแล้งและกลับกลายเป็นบึงหรือหนองน้ำเฉอะแฉะในหน้าฝน และยังอาจจะเกิดไฟป่าในปลายฤดูอีกด้วย ต้นหญ้าและพืชที่ทนต่อสภาพอากาศดังกล่าวได้ดีและเจริญเติบโตได้ง่าย จึงมีหญ้าขึ้นอยู่นับพันชนิด แต่ต้นไม้นั้นจะมีลักษณะพิเศษที่สามารถทนอยู่ได้ในเวลาแล้งจัด ต้นไม้บางชนิดมีลำต้นที่อวบหนาเนื่องจากภายในเก็บกักน้ำไว้

Read more
 

เขตเส้นศูนย์สูตร

   พื้นที่แถบเส้นศูนย์สูตรส่วนใหญ่จะมีลักษณะอากาศแบบศูนย์สูตร แสงอาทิตย์จะส่องตรงดังนั้นจึงมีลักษณะภูมิอากาศร้อนและฝนตกชุก เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำระเหยเป็นจำนวนมาก อากาศที่ชื้นและร้อนนั้นจะลอยตัวสูงขึ้นและเย็นตัวลงกลายเป็นเมฆขนาดใหญ่ที่ก่อพายุได้ เขตศูนย์สูตรจึงเป็นพื้นที่เดียวที่ฤดูกาลไม่เปลี่ยนแปลง ภูมิภาคส่วนใหญ่ในเขตศูนย์สูตรจะปกคลุมด้วยป่าทึบ หรือป่าดงดิบเขตศูนย์สูตรหรือป่าฝน มีพันธุ์ไม้เนื้อแข็งนับร้อยๆชนิดอยู่กันอย่างแน่นหนา เช่น ต้นมะฮอกกานี ต้นพะยูง และต้นมะเกลือ ต้นไม้ในป่าดงดิบจะขึ้นกันอย่างหนาแน่นทำให้ต้องแข่งกันสูงเพื่อได้รับแสงอาทิตย์ได้มาก ต้นไม้เหล่านี้จะสูงและแผ่กิ่งก้านสาขาให้กว้างเพื่อที่จะได้รับแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด เรือนยอดของต้นไม้จะมีใบหนาทึบซึ่งจะกั้นแสงไม่ให้ส่องถึงพื้นดินเรียกว่า ทิวไม้ นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ซึ่งเรือนยอดจะโผล่เหนือทิวไม้เรียกว่า ต้นไม้ยักษ์ บริเวณใต้ทิวไม้อากาศในป่าจะมีความชื้นสูงและร้อนอบอ้าวต้นไม้ที่ปกคลุมพื้นที่ป่ามักจะมีใบที่ใหญ่เพื่อได้รับแสงอาทิตย์ได้มากที่สุดผิวของใบจะมัน ปลายใบจะแหลมเรียกว่า ปลายหยาด เพื่อให้น้ำฝนไหลจากใบได้ดี บริเวณป่าชื้นจะมีซากเน่าของพืชที่สลายและมีราขึ้น ถ้าต้นไม้ใดต้นหนึ่งล่มลง ต้นไม้ใหม่ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะแข่งขันกันโตแข่งกันสูง เพื่อให้ได้แสงอาทิตย์มากที่สุด ต้นที่โตเร็วที่สุดจะโตแทนต้นไม้ที่ล้มลง เถาวัลย์ซึ่งเป็นพืชไม้เลื้อยจะเกาะเกี่ยวต้นไม้ที่อายุน้อยและโตไปพร้อมกัน

Read more
 

อุณหภูมิของพื้นดินและน้ำทะเล

   พื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเลจะมีสภาพภูมิอากาศสบายกว่าบริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน น้ำในมหาสมุทรจะร้อนขึ้นช้ากว่าพื้นแผ่นดิน เนื่องจากผิวหน้าจะสะท้อนแสงอาทิตย์กลับไป แต่น้ำจะเก็บความร้อนได้นานกว่าบริเวณใกล้ชายฝั่งในช่วงฤดูร้อน อากาศจะเย็นสบายเพราะอยู่ใกล้กับทะเลแต่จะอุ่นในช่วงฤดูหนาว บริเวณใจกลางทวีปจะร้อนจัดมากในฤดูร้อนและเย็นจัดในฤดูหนาว ลมร้อนและลมหนาวจะพัดอยู่รอบโลกและมีผลต่อสภาพภูมิอากาศด้วย อุณหภูมิของลมขึ้นอยู่กับว่าลมนั้นพัดมาจากที่ใด ถ้าลมพัดมาจากเขตศูนย์สูตรไปยังเขตที่มีละติจูดสูงขึ้นจะเป็นลมร้อน เพราะว่าลมนั้นพัดผ่านกระแสน้ำอุ่นในเขตศูนย์สูตรและนำความร้อนไปด้วย และความร้อนจากน้ำในมหาสมุทรก็จะทำให้ลมร้อนขึ้นด้วยลมที่พัดจากขั้วโลกจะหนาวเย็นมากเพราะได้รับความหนาวเย็นจากกระแสน้ำเย็นที่ลมพัดผ่าน ซึ่งบนโลกมีกระแสน้ำที่ไหลผ่านจากที่ต่างๆทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาพอากาศต่างๆบนโลก เมฆก็มีส่วนช่วยในเรื่องของลมและสภาพอากาศเช่นกัน เมฆช่วยให้อากาศไม่ร้อนมากในช่วงกลางวันเพราะเมฆกั้นแสงอาทิตย์ไว้ได้บางส่วน และสำหรับในตอนกลางคืนเมฆจะเก็บกักความร้อนไว้ ช่วยให้อากาศอบอุ่น สิ่งที่กั้นความร้อนไม่ให้เข้าหาคือสิ่งที่เรียกว่า ฉนวน ในบางพื้นที่เช่นในเขตเส้นศูนย์สูตรมักจะมีเมฆปกคลุ่มตลอดเวลา แต่ถ้ากลางวันนั้นปราศจากเมฆอาจจะทำให้กลางวันร้อนมากขึ้นและกลางคืนเย็นมากขึ้น

Read more